ประสบการณ์บำบัดเรกิให้คุณพ่อ

ประสบการณ์บำบัดเรกิให้คุณพ่อ

หลังจากเรียนเรกิเลเวล 1 สิ่งแรกที่ตั้งใจคือการบำบัดให้ตัวเอง และอีกสองคนที่อยากทดลองทำให้คือคุณพ่อและคุณแม่ เพราะทั้งสองท่านอายุมากแล้ว และมีปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจตามวัย

คุณพ่อมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ และช่วงเวลาในการพักฟื้นก็เริ่มนานขึ้น จากแค่ครึ่งวัน เป็น 1 วัน และบางครั้งต้องพักถึง 2 วันจึงจะสามารถออกไปใช้ชีวิตข้างนอกได้ตามปกติ เมื่อไปหาหมอ ก็เพียงได้รับยาและคำแนะนำให้รักษาตามอาการ ไม่ได้มีการตรวจลึก เพราะอายุเยอะแล้ว

สิ่งที่ยากลำบากที่สุดคือการ “เริ่มต้น” ค่ะ ไม่รู้จะบอกยังไงว่าเราไปเรียนอะไรมา ท่านจะเปิดใจรับฟังหรือไม่ แต่สุดท้ายก็แค่พูดมันออกไป พ่อแม่ทุกคนพร้อมจะสนับสนุนลูกอยู่แล้วค่ะ ถึงแม้ลึกๆ ท่านอาจยังไม่เข้าใจหรือเชื่อในพลังงานอย่างจริงจัง แต่ก็ยอมให้ทำโดยไม่ขัดข้อง

ครั้งแรกที่ทำ พ่อหลับและกรนเบาๆ เป็นสัญญาณของการตอบสนองต่อพลังงานไปในทิศทางที่ดี แต่เมื่อถาม ท่านกลับบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลย และหลังจากนั้น ทุกครั้งที่ทำ คำตอบก็คือ “ทำหรือไม่ทำก็ไม่ต่างกัน” แต่เมื่อขอบำบัดในครั้งถัดไป คุณพ่อก็ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้งและรับการบำบัดเป็นประจำเกือบทุกสัปดาห์
จนถึงปัจจุบัน คุณพ่อทำเรกิบำบัดไปแล้วทั้งหมด 10 ครั้ง (รวมจากเพื่อนที่เรียนเรกิด้วยกันอีก 2 ครั้ง) สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจน คือ อาการบ้านหมุนหายไปเลยหลังจากการบำบัดครั้งแรก อาการที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะเป็นการเวียนหัว มึนหัว หรือหัวไม่โล่งและระแวงว่าจะเวียนหัวอีก ซึ่งอาการเหล่านี้ใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน เพียงไม่กี่ชั่วโมง ต่างจากเดิมที่ต้องนอนพักเป็นวัน

ที่น่าแปลกใจคือ คุณพ่อไม่เคยพูดเลยว่าอาการดีขึ้น ทั้งที่ความเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนมาก อาจจะเพราะอาการมึนหัวยังคงอยู่ท่านเลยไม่ได้สังเกตว่าอาการเหล่านั้นลดน้อยลงอย่างมาก ทำให้จิ๋วได้เรียนรู้และเข้าใจว่า พลังงานเรกิค่อย ๆ เข้าไปปรับสมดุลอย่างช้าๆ และแนบเนียน จนเจ้าของร่างกายไม่ทันรู้ตัวว่าสุขภาพกลับมาดีขึ้นแล้ว

นอกจากนี้ คุณพ่อยังกลับมา alert และ active อย่างผิดปกติวิสัย ท่านลุกขึ้นมาจัดสวน ล้างน้ำพุ นั่งฟังเพลงและร้องเพลงในสวน แบบที่เคยวาดฝันไว้ตอนเกษียณใหม่ๆ ท่านเคยจัดสวนไว้ ทำน้ำพุไว้ แล้วออกไปร้องเพลงเสพบรรยากาศตามความฝันแค่ไม่กี่ครั้ง แล้วปล่อยทิ้งรกร้างมาเกือบสิบปี โดยให้เหตุผลว่า “ไม่มีอารมณ์” ไม่อยากร้องเพลง ฟังเพลงอะไรก็ไม่เพราะ แต่ตอนนี้อารมณ์เหล่านั้นของคุณพ่อกลับมาแล้ว ดูมีชีวิตชีวา ความกังวลในความเจ็บป่วยก็เหมือนจะลืมไปแล้ว พอถามว่าทำไมอยู่ๆ ถึงลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ ท่านบอกว่าเหมือนอารมณ์สุนทรีย์มันกลับมา ฟังเพลงอะไรก็เพราะ เห็นต้นไม้ดอกไม้ก็เจริญหูเจริญตา ได้เปล่งเสียงร้องเพลงก็มีความสุข ได้ยินแค่นี้สำหรับคนเป็นลูกแล้วคือคุ้มค่ามากที่สุดแล้วค่ะที่เราได้มีโอกาสรู้จักเรกิ และได้มาเรียนเรกิ ถึงจะไม่มีโอกาสได้ทำให้ใครอีกแล้วก็ไม่เสียดายแล้วค่ะ มันดีเกินไปจนไม่สามารถหาคำอะไรมาอธิบายได้ค่ะ

แม้วันนี้พ่อจะยังพูดเหมือนเดิมว่า “ทำหรือไม่ทำก็ไม่ต่างกัน” แต่กลับ “ขอให้ทำเรกิให้อยู่เสมอ”

ตอนนี้จิ๋วได้เรียนต่อถึงเลเวล 2 แล้ว สั่งสมประสบการณ์และเริ่มรับรู้ถึงพลังงานในแต่ละจุดมากขึ้น จนเหมือนเริ่มจะเข้าใจถึงสาเหตุของอาการเหล่านี้ว่าอาจมีต้นตอจากพลังงานที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย และอยู่ในระหว่างการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ลูกคนนี้ยังมีความเชื่อมั่นว่า วันหนึ่งอาการมึนหัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เหลืออยู่ของคุณพ่อจะหายขาดได้ค่ะ 🌿

– คุณพรพิไล เพชรพงศ์ –
ผู้เข้าร่วมหลักสูตร Reiki Level 1 และ 2 โดยสถาบัน Life Architecture Institute
สถาบันโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพและความสำเร็จ