
10 May การโค้ช (Coaching) vs. พลังงานบำบัด (Energy Healing)
การโค้ช (Coaching) vs. พลังงานบำบัด (Energy Healing)
เส้นทางต่างสาย ที่อาจนําไปสู่จุดหมายเดียวกัน
ในโลกของการดูแลตัวเองในเชิงลึก มีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้เรากลับมาเชื่อมโยงกับ “ตัวตน ภายใน” ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการโค้ช (Coaching) หรือพลังงานบําบัด (Energy Healing) ต่างก็มีหลักการและกระบวนการเฉพาะตัว และเมื่อเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว เราจะพบว่า ทั้งสองแนวทางนี้ไม่ได้ขัดแย้งกันเลย หากแต่สามารถประสานกันได้อย่างลงตัว
หลักการ: เป้าหมายเดียวกัน แต่คนละมิติ
การโค้ช การโค้ชเป็นการทํางานกับมุมมองและความคิดของเรา โดยมีหลักการว่า “เราทุกคน มีศักยภาพและคําตอบในตัวเองอยู่แล้ว” โค้ชคือผู้ที่คอยกระตุ้นให้เราได้ตระหนักรู้ และค้นพบทางเลือกใหม่ ๆ รวมทั้งศักยภาพภายในตัวเอง จึงทําให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ที่จะลงมือทําเพื่อแก้ไขปัญหาหรือลงมือทําเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ตัวเองต้องการ
มุมมองและความคิดใหม่ที่ถูกกระตุ้นขึ้นจากการโค้ช ทําให้เรามีพลังใจและพลังชีวิตเพิ่มขึ้น
ในขณะที่ พลังงานบําบัด ทํางานกับระบบพลังงาน (Energy System) ของเรา ได้แก่ คลื่นพลังงาน (Vibration) จักระ (Chakra) สนามพลังงาน (Aura) โดยมีหลักการว่า “หากเราดูแลระบบพลังงานของเราได้ดีและสมดุล เราก็จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีพลังชีวิตสูง” ดังนั้น พลังงานบําบัด จึงมุ่งสร้างสมดุลให้สนามพลังงานด้วยการใช้คลื่นพลังงานที่ดีมาชะล้างพลังงาน ลบ แก้ไขจุดที่พลังงานปิดกั้นหรืออุดตัน และเติมพลังงานดี ๆ เข้าไปให้ระบบพลังงานของเรา ทําให้เรามีพลังใจและพลังชีวิตเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
กระบวนการ: หนึ่งใช้การสื่อสาร หนึ่งใช้คลื่นพลังงาน
กระบวนการโค้ช คือการพาเราเข้าสู่การสํารวจอารมณ์ ความคิด และจิตใจของเราอย่างลึกซึ้ง จากที่เราอาจเหมือนกับติดอยู่ในเขาวงกตทางความคิด หรือ ติดอยู่ในหุบเหวลึกทางอารมณ์ โค้ชสามารถทําให้เราค่อยๆค้นพบแง่มุมใหม่ ๆ ทางเลือกใหม่ ๆ ไปจนถึงการค้นพบตัวตนใหม่ และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการแก้ไขสถานการณ์ เมื่อมุมมองเปลี่ยน จากที่เราเคยเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นเชื่อว่ามีโอกาสที่เราจะทําให้สําเร็จได้ จึงทําให้เราเริ่มมีการตัดสินใจใหม่ และลงมือทําสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในชีวิตของเราได้ในที่สุด
ในขณะที่กระบวนการของพลังงานบําบัด คือ เริ่มจากการเชื่อมโยงกับสนามพลังงานของผู้รับการบําบัด และใช้คลื่นพลังงานบวกชะล้างพลังงานลบออกไป ในบางกรณี การชะล้างพลังงานลบที่สะสมมานาน และมีความเข้มข้นมาก อาจต้องมีการใช้เทคนิคหรือเครื่องมือเพิ่มเติมด้วย ได้แก่ การพากลับไปทบทวนเหตุการณ์ในอดีตที่เป็นสาเหตุ การใช้คริสตัล การทํางานกับบางจักระ หรือ บางจุดในร่างกาย อย่างเฉพาะเจาะจง ปิดท้ายด้วยการเติมพลังงานบวกเข้าไปและ ปรับสมดุลสนามพลังงาน
ผลลัพธ์: ภายนอกเปลี่ยน เพราะภายในขยับ
ทั้งการโค้ชและพลังงานบําบัดต่างมีจุดร่วม คือ “การปลดปล่อย” ผู้คนจากข้อจํากัดเดิม ๆ โค้ชช่วยให้เราค้นพบแง่มุมใหม่ๆของสถานการณ์เดิม ส่วนพลังงานบําบัดช่วยให้เราหลุดพ้นจากการคั่งหรืออุดตันภายในสนามพลังงานของเราที่เราอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
บางครั้งผู้ที่เริ่มจากการโค้ช อาจพบว่าแม้เข้าใจตนเองแล้ว แต่ความรู้สึกบางอย่างยังไม่หายไป นั่นคือจุดที่พลังงานบําบัดเข้ามาช่วยเสริมได้ ในทางกลับกัน บางคนเริ่มจากการเยียวยาสนามพลังงานจนเริ่มมีพลังใจกลับมาบ้างแล้ว ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการโค้ชเพื่อค้นหาแง่มุมและการเรียนรู้จากเรื่องราวในอดีตเหล่านั้น ทําให้ไม่กลับไปวนลูปเดิมๆ และยังได้พัฒนาการเติบโตทางอารมณ์และความคิดต่อไปได้
สรุป: ชีวิตไม่ใช่เรื่องของการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ในฐานะโค้ชที่ผสมผสานศาสตร์พลังงานอย่างเข้าใจ โค้ชเก๋เชื่อว่า “การปลดล็อคศักยภาพและสร้างสรรค์ชีวิตที่เราต้องการ” ไม่จําเป็นต้องเลือกเพียงแนวทางใดแนวทางเดียวเท่านั้น แต่คือการเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับตัวเราที่สุดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อดูแลทั้งร่างกาย อารมณ์ ความคิด และสนามพลังงานของเราได้อย่างสมดุล
หากวันนี้คุณกําลังอยู่ในช่วงค้นหา ลองเปิดใจให้กับทั้งสองศาสตร์นี้ เพราะเส้นทางขึ้นยอดเขาไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว
สําหรับผู้ที่สนใจศาสตร์ต่าง ๆ แห่งการพัฒนาศักยภาพและความสําเร็จ ทางสถาบัน ไลฟ์ อาร์คิเทคเชอร์ มีการเปิดสอนหลักสูตรการโค้ชที่หลากหลายสําหรับบริบทในชีวิตแต่ละด้าน รวมทั้งมีการเปิดสอนพลังบําบัดเรกิสําหรับบุคคลทั่วไป โดยสามารถติดต่อสอบถามตารางเรียนได้ที่ Life OA:@lifearchitecture หรือ inbox เข้ามาที่ FB Page: Life Architecture Coach ชีวิตออกแบบได้
#ชีวิตออกแบบได้
#LifeArchitectureCoach
#Coaching #EnergyHealing #ปลดล็อกศักยภาพและความสําเร็จ #DiscoverYourTrueSelf #UnlockYourTruePotential