
03 Jul ผู้นําในบทบาทโค้ช ตอนที่ 1
ผู้นําในบทบาทโค้ช ตอนที่ 1
ศิลปะของการโค้ชในที่ทํางาน: เครื่องมือทรงพลังเพื่อการพัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืน
ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองกลายเป็นปัจจัยสําคัญต่อความสําเร็จของทั้งบุคคลและองค์กร หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการเสริมสร้างศักยภาพคือ “การโค้ช” โดยเฉพาะในบริบทของการทํางานที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างในปัจจุบัน การโค้ชไม่ใช่แค่ทักษะ แต่คือศิลปะที่ต้องการความเข้าใจ ความลึกซึ้ง และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่ผู้นําหรือหัวหน้างานมักเข้าใจการโค้ชอย่างผิดวิธี โดยใช้รูปแบบของการให้ คําแนะนําหรือการชี้นํา ซึ่งอาจส่งผลตรงกันข้ามกับเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เช่น การบอกคําตอบให้ลูกน้องแทนที่จะกระตุ้นให้เขาคิดหาทางออกด้วยตนเอง หรือการมอบหมายงานที่ยากเกินไปจนทําให้ลูกน้องรู้สึกเครียดและ กดดันจนส่งผลกระทบต่อการทํางานในภาพรวม
เข้าใจความแตกต่าง: การสอนงาน vs การโค้ช
การสอนงาน (Training) และการโค้ช (Coaching) เป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพที่มีเป้าหมายต่างกันอย่างชัดเจน การสอนงานมักใช้ในสถานการณ์ที่พนักงานยังไม่มีความรู้หรือทักษะในเรื่องนั้นมาก่อน เป็นการส่ง ต่อความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญหรือหัวหน้างานโดยตรง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทํางานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การสอนงานจึงเหมาะกับการเริ่มต้นงานใหม่ การฝึกฝน ทักษะพื้นฐาน หรือการเรียนรู้ระบบงานที่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนดไว้
ส่วนการโค้ชเป็นกระบวนการที่ลึกซึ้งและเหมาะกับพนักงานที่มีประสบการณ์หรือพื้นฐานในงานบ้างแล้ว โดย การโค้ชสามารถทําให้พนักงานค้นพบแนวทางในการแก้ปัญหา หรือ พัฒนาการทํางานให้ดีขึ้นด้วยตัวของ พนักงานเอง หัวหน้างานในบทบาทโค้ชจะทําหน้าที่เป็นผู้นําทาง ไม่ใช่ผู้บอกคําตอบ
ข้อดีของการโค้ชในที่ทํางานมีมากมาย ไม่เพียงช่วยให้พนักงานสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการเติบโตทางความคิด การตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ และที่สําคัญคือ การสร้างแรงจูงใจจากภายใน เพราะเป้าหมายและแนวทางการดําเนินงานนั้นมาจากตัวพนักงานเอง ไม่ได้ถูกยัด เยียดจากภายนอก ผลลัพธ์ที่ได้คือพนักงานจะรู้สึกมีความเป็นเจ้าของ รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า และกล้าที่จะเสนอแนวคิดหรือแนวทางใหม่ ๆ ซึ่งอาจดีกว่าแนวทางเดิมที่องค์กรเคยใช้มา
หัวหน้าในฐานะโค้ช: บทบาทใหม่ของผู้นํายุคใหม่
บทบาทของหัวหน้าที่เปลี่ยนจาก “ผู้ควบคุม” ไปสู่ “โค้ช” นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและทรงพลังในองค์กรยุคใหม่ ความท้าทายของการโค้ชทีมไม่ได้อยู่ที่การมีคําตอบที่ถูกต้อง แต่อยู่ที่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด ให้ทีมกล้าคิด กล้าถาม และกล้าเรียนรู้ หัวหน้าที่ดีในฐานะโค้ชต้องมีทักษะในการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) เพื่อเข้าใจทั้งถ้อยคําและสิ่งที่ไม่ได้พูด รวมถึงความรู้สึกเบื้องหลังคําพูดของทีมงาน
นอกจากนี้ การตั้งคําถามทรงพลัง (Powerful Questioning) คือหัวใจของการโค้ชที่แท้จริง คําถามที่ดีไม่ใช่คําถามที่นําไปสู่คําตอบเดียว แต่เป็นคําถามที่เปิดกว้างให้เกิดการสํารวจตนเอง เช่น “อะไรคืออุปสรรคที่แท้จริงในเรื่องนี้?”, “ถ้าคุณประสบความสําเร็จในเรื่องนี้ ภาพที่คุณเห็นจะเป็นอย่างไร?” คําถามลักษณะนี้จะช่วยให้ทีมงานมองเห็นทางเลือกที่หลากหลาย และเชื่อมโยงเป้าหมายของตนเข้ากับภารกิจขององค์กรได้อย่างลึกซึ้ง
หัวหน้าในฐานะโค้ชจึงไม่ใช่เพียงผู้นําทางการทํางาน แต่คือผู้นําทางความคิดและการเติบโตที่ส่งเสริมให้ทีมค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง และนําสิ่งนั้นมาใช้สร้างผลงานที่มีคุณค่าและยั่งยืน
Career Compass® และ Career Canvas®: เครื่องมือในการโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพ
แม้การโค้ชจะเป็นกลไกที่ดีในการพัฒนาพนักงาน การพัฒนาเพื่อให้โค้ชแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี นับเป็นความท้าทายของผู้นําหรือหัวหน้างาน สถาบัน Life Architecture จึงได้พัฒนาโมเดลการโค้ชที่มาพร้อมเครื่องมือในรูปแบบบอร์ดเกม เพื่อสนับสนุนให้ผู้นําหรือหัวหน้างานสามารถสร้างผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมจากการโค้ชได้ คือ:
- Career Compass® โมเดลโค้ชที่ทําให้ผู้รับการโค้ชได้ค้นพบและเข้าใจคุณค่าหลักทางอาชีพของตนเอง รวมทั้งได้เชื่อมโยงกับเป้าหมายทางอาชีพที่สอดคล้องกับคุณค่าหลักนั้น จึงเปรียบเหมือนการมีเข็มทิศที่คอยนําทางบนเส้นทางอาชีพ ในแง่ของหัวหน้างาน การโค้ชพนักงานด้วยเครื่องมือนี้ จะทําให้ได้ เข้าใจแรงจูงใจในการทํางาน ระดับความสุขในการทํางาน ณ ปัจจุบัน รวมทั้งความมุ่งหวังทางอาชีพในอนาคตของพนักงานแต่ละคนด้วย
- Career Canvas® โมเดลโค้ชที่ทําให้ผู้รับการโค้ชได้แผนพัฒนาตนเองอย่างมีกลยุทธ์ ที่สอดคล้องกับ จุดเด่นและความถนัด เปรียบเหมือนการมีแผนที่นําทางการเติบโตในเส้นทางอาชีพอย่างเป็นระบบ ในแง่ของหัวหน้างาน การโค้ชพนักงานด้วยเครื่องมือนี้ จะทําให้ได้แผนพัฒนาพนักงานที่ชัดเจน จึงทําให้การพัฒนาศักยภาพของพนักงานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งจะเป็นไปได้เมื่อมีเครื่องมือนี้
การโค้ชในที่ทํางานไม่ใช่แค่การพัฒนาเฉพาะรายบุคคล แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และเติบโตอย่างยั่งยืนในองค์กร ที่ทุกคนสามารถค้นพบศักยภาพของตนเอง และเดินหน้าไปสู่เป้าหมายร่วมกันได้อย่างมั่นคง
หากคุณต้องการพัฒนาการเป็นผู้นําในบทบาทโค้ชที่สามารถสร้างผลลัพธ์การโค้ชได้อย่างเป็นระบบและ รวดเร็ว ขอแนะนําหลักสูตร Career Coach 80-Hour หลักสูตรที่รวม 2 โมเดลการโค้ชด้านอาชีพที่สมบูรณ์ที่สุด คือ Career Compass® และ Career Canvas® โดยหลักสูตรนี้เหมาะสําหรับผู้นํา หัวหน้างาน สายงาน HR และโค้ชที่ต้องการพัฒนา “คน” อย่างมีกลยุทธ์ ทั้งในระดับบุคคล ทีม และองค์กร
*********************************************************************************************************